ประโยชน์ของวิปัสสนากรรมฐาน


วันนี้ เรามาวิพากษ์วิจารณ์หัวข้อ “ประโยชน์ของวิปัสสนากรรมฐาน” พระมหาโชดกบรรยายไว้เมื่อ วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน 2503 กัน

ถาม. วิปัสสนากรรมฐานมีประโยชน์อย่างไรบ้าง?

ตอบ. มีประโยชน์มากคือ  

พระมหาโชดกรูปนี้ ท่านเก่งมากในเรื่องไร้สาระพอสมควร คือ ท่านคิดหาประโยชน์ของวิปัสสนากรรมฐานได้ถึง 20 ข้อ 

ขอบอกก่อนว่า ผมก็เห็นว่า วิปัสสนากรรมฐานมีประโยชน์ เพราะเป็นพื้นฐานของการบรรลุมรรคผลของเรา แต่ประโยชน์ของวิปัสสนากรรมฐานของพระมหาโชดกนั้น แกใส่เข้าไปมากจนเกินเหตุ

สาเหตุก็คือ ต้องการยกย่องวิปัสสนากรรมฐานแบบผิดๆ ให้กับการปฏิบัติธรรมแบบพระพม่าเท่านั้น

ขอยกตัวอย่างเพียงบางข้อที่ต้องการนำมาวิพากษ์วิจารณ์กันเท่านั้น  ท่านที่อยากได้รายละเอียดก็ไปอ่านได้ในหนังสือคำบรรยายวิปัสสนากรรมฐานของพระมหาโชดก หน้าที่ 7-9

๑. ทำให้คนฉลาดในหลักความจริงในชีวิตประจำวัน คือ รู้ปรมัตถธรรม ไม่หลงติดอยู่ในบัญญัติธรรม อันเป็นเพียงโลกสมมุติ

พระพม่ากับสาวกนี้ ชอบเล่นเรื่องปรมัติธรรม บัญญัติธรรม เพราะ ไปเน้นเรื่องอนัตตา ทุกขัง อนัตตา แบบผิดๆ

เรื่องในภพ 3 นี้ มันเป็นเรื่องจริง เพราะ เราจะต้องสร้างบารมีกันที่นี่ แต่เป็นจริงแบบชั่วคราว การไปตีความแบบพระพม่าที่ว่า “อันเป็นเพียงโลกสมมุติ” มันการตีความแบบผิดๆ

แล้วเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับอัตตาแบบพราหมณ์ที่คนในยุคพระพุทธเจ้าทรงเริ่มเผยแพร่ศาสนานั้น ไม่มีในยุคนี้แล้ว

อัตตาแบบพราหมณ์นั้น เป็นเหตุการณ์สองพันกว่าปีมาแล้วที่อินเดีย เมืองไทยเรา คนไทยไม่ได้คิดแบบนั้น 

ไม่ต้องมาเน้น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แบบเป็นบ้า เป็นหลังแบบพระพม่าก็ได้

คนไทยในยุคนี้ เข้าใจเรื่อง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตากันพอสมควร ไม่ได้คิดแบบพระปัจจวัคคีย์ ดังนั้น เรื่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาเรียนกันพอเป็นสังเขปก็พอ

๑๒. อานิสงส์อย่างสูงให้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ อย่างกลางให้สำเร็จเป็นพระอนาคามี สกิทาคามี โสดาบัน อย่างต่ำลงมากว่านั้น ที่เป็นอย่างสามัญก็เป็นผู้มีคติเที่ยงที่จะไปสู่สุคติ

ตรงนี้โกหกแน่นอน บิดเบือนแน่นอน สมถะกรรมฐานกับวิปัสสนากรรมฐานไม่สามารถทำให้ไปนิพพานได้ เพราะเป็นวิชาพื้นฐานทั้งคู่

ขนาดสมถะกรรมฐานกับวิปัสสนากรรมฐานยังไม่สามารถทำให้คนบรรลุพระอรหันต์ได้ แล้วการปฏิบัติธรรมแบบพระพม่า ซึ่งเป็นของปลอม ของเลียนแบบจะทำให้คนบรรลุพระอรหันต์ได้อย่างไร

การปฏิบัติธรรมแบบพระพม่าสร้างคนได้อย่าง ดร. สนอง วรอุไรเท่านั้น คือ หลอกลวงคนตลอดชีวิต ด้วยความเข้าใจผิดบ้าง ด้วยความโง่บ้าง ด้วยความหน้าด้านบ้างเท่านั้น

ดังหลักฐานในวิสุทธิมรรค ภาค ๓ หน้า ๒๒๙ บรรทัดที่ ๑๖-๑๗ รับรองไว้ว่า

อิมินา ปน ญาเณน สมนฺนาคโต วิปสฺสโก พุทฺสาสเน ลทฺธสฺสาโส ลทฺธปติฏโฐ นิยคติโก จูฬโสตาปนฺโน นาม โหติ

ผู้เจริญวิปัสสนากรรมฐาน ประกอบด้วยญาณที่ ๒ คือ ปัจจยปริคคหญานฯแล้ว ได้ความเบาใจในพระพุทธศาสนา ได้ที่พึ่งในพระพุทธศาสนา มีคติอันเที่ยง เป็นจูฬโสดาบัน

ตรงนี้ ผมไม่สามารถตรวจสอบคำแปลภาษาบาลีได้ แต่บอกได้จากหลักฐานอื่นๆ ว่า โกหกแน่นอน โดยการไปขโมยญาณ 16 ของวิสุทธิมรรคมา

ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคนั้น  ใครจะได้ญาณ 16 ต้องฝึกสมถกรรมฐานจนผ่านรูปฌานกับอรูปฌาณอย่างเชี่ยวชาญไปก่อน  เมื่อฝึกวิปัสสนากรรมฐานแล้ว จึงมีได้ญาณ 16

พระพม่ากับสาวก เช่นพระมหาโชดกนี้ ไม่ยอมฝึกสมถกรรมฐานเลย ก็ไปโกหกกันว่า ไม่ต้องฝึกสมถกรรมฐานก็ได้  โดยไม่มีหลักฐานอะไรยืนยัน  โกหกกันเองขึ้นมาลอยๆ

ดังนั้น พระพม่าไม่สามารถจะได้ญาณอะไรได้  นอกจากญาณโกหกเท่านั้น

อนึ่งถ้าผู้ใดได้เจริญวิปัสสนา มีดวงตา คือ ญาณเห็นความเกิดดับของรูปนาม คือ เห็นพระไตรลักษณ์จริงแล้ว ชื่อว่าเป็นผู้มีชีวิตอันประเสริฐ ดังพระบาลีว่า

โย จ วสฺสตํ ชีเว            อปสฺสํ อุทยพฺพยฺ
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย        ปสฺสโต อุทยพฺพยํ

ผู้ที่เห็นความเกิดดับของรูปนาม เห็นพระไตรลักษณ์ ถึงแม้มีชีวิตอยู่ได้เพียงวันเดียว ก็ประเสริฐกว่า ผู้ที่ไม่เห็นความเกิดดับของรูปนาม แต่มีชีวิตอยู่ได้ตั้งร้อยปี

ข้อความดังกล่าวนั้น พระพม่ากับสาวกของพระพม่าด่าตัวเองแบบไม่รู้สึกตัว 

ข้อความก็ยืนยันชัดเจนว่า “อนึ่งถ้าผู้ใดได้เจริญวิปัสสนา มีดวงตา คือ ญาณเห็น ความเกิดดับของรูปนาม คือ เห็นพระไตรลักษณ์จริงแล้ว ชื่อว่าเป็นผู้มีชีวิตอันประเสริฐ

จะเห็นได้ว่า พระมหาโชดกรูปนี้ โคตรโง่มากที่สุด กับโคตรโง่มากที่สุดยกกำลังสองเท่านั้น คือ ท่านจบเปรียญ 9  แปลข้อความเองดังที่กล่าวไปข้างต้น

แต่ไม่ยอม “เห็น” ก็ไม่รู้จะบรรยายความโง่งี่เง่าของแกได้อย่างไรถึงจะเหมาะสม

โดยสรุป  วิปัสสนากรรมฐานมีประโยชน์มาก เพราะเป็นวิชาพื้นฐาน ถ้าไม่ผ่านวิปัสสนากรรมฐาน โอกาสที่จะบรรลุมรรคผลนิพพานก็เป็นไปไม่ได้

แต่พระมหาโชดกยกเมฆประโยชน์ของวิปัสสนากรรมฐานจนเกิดความจริง ก็เพื่อหลอกลวงให้คนปฏิบัติธรรมแบบที่ตนเองสอน เพราะหลอกว่า เพียงวิปัสสนากรรมฐานก็ไปนิพพานได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่จริง..






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น