ขึ้นต้นก็กู่ไม่กลับ


หนังสือ “หลักปฏิบัติสมถะและวิปัสสนากรรมฐาน” ของมหาโชดกเล่มนี้ มี 3 ตอน คือ

ตอนที่ ๑ วิธีสมาทานและวิธีปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
ตอนที่ ๒ จิตภาวนาหรือธรรมปฏิบัติภาคสมถกรรมฐาน
ตอนที่ ๓ จิตภาวนาหรือธรรมปฏิบัติภาควิปัสสนากรรมฐาน

ขอเริ่มต้นวิพากษ์วิจารณ์ในตอนที่ ๑ วิธีสมาทานและวิธีปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน หัวข้อวิธีสมาทานพระกรรมฐานเสียก่อน

ในหัวข้อนี้ มีเนื้อหาเพียง 3 หน้า ดังนี้


ดูความหมายของวิปัสสนากรรมฐานกันก่อนเลย  มหาโชดกท่านว่าไว้ ดังนี้

วิปัสสนากรรมฐาน แปลว่า กรรมฐานเป็นอุบายทำใจให้เกิดปัญญา รู้แจ้งเห็นจริงตามความเป็นจริง คือ เห็นปัจจุบัน รูปนาม พระไตรลักษณ์ มรรค ผล นิพพาน

ข้อความที่ว่า “รู้แจ้งเห็นจริงตามความเป็นจริง” นั้นถูกต้อง แต่มหาโชดกไม่เคยสอนใครให้ทำแบบนั้นได้เลย  ใครเห็นขึ้นมา ก็ “ห้ามเห็น” คือ ทำให้ภาพหายไปซะ  แล้วมันจะ “รู้แจ้งเห็นจริงตามความเป็นจริง” ได้อย่างไร

พระโชดกไม่เคยสอนใครให้ “เห็นปัจจุบัน รูปนาม พระไตรลักษณ์ มรรค ผล นิพพาน” ได้แม้แต่คนเดียว

แล้วแปลคำว่า “วิปัสสนากรรมฐาน” เป็นอย่างนั้น ไปทำไมก็ไม่รู้  หรือมันจะเป็นเรื่องของคนโง่ที่ไม่ควรเลียนแบบ

ต่อมาก็เรื่อง “อารมณ์ของวิปัสสนา” มหาโชดกท่านว่าไว้ ดังนี้

  อารมณ์ของวิปัสสนา ได้แก่ ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อินทรีย์ ๒๒ อริยสัจ ๔ ปฏิจจสมุปบาท ๑๒ ย่อให้สั้นได้แก่ รูปนาม คือ กายกับใจนี้เอง

ข้อความนี้ เปิดเผยถึงตัวตนอันแท้จริงของมหาโชดกเลยทีเดียว ว่าความฉลาดไม่ได้ติดตัวมาเลย โง่ไปตามพระพม่าอย่างเดียว

หัวข้อธรรมะ 6 หัวข้อหลัก 73 หัวข้อย่อย คือ ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อินทรีย์ ๒๒ อริยสัจ ๔ ปฏิจจสมุปบาท ๑๒  มหาโชดกย่อเหลือแค่ รูปนาม เท่านั้น

อันนี้บ้าแล้ว  เป็นไปไม่ได้  ถ้าเอาหลักเกณฑ์ที่ว่านี้  คือ ทุกสิ่งทุกอย่างในศาสนาพุทธ เรียนแค่กายกับใจ พระไตรปิฎกทั้ง 45 เล่ม ก็ไม่ต้องเอามาเรียนกันเลย  ขึ้นหิ้งได้หมดเลย มาเรียนแค่กายกับใจแบบพระพม่าก็พอแล้ว

การตีความแบบนี้ “บ้าแล้ว”  เป็นไปไม่ได้  ตีความแบบโง่  คือ เชื่อพระพม่าไปก่อนแล้ว จึงหาเรื่องตีความให้เข้ากับคำสอนของพระพม่า

ถึงว่า “ตายไปแล้ว ถึงได้ไปอบายภูมิ”  สมน้ำหน้าในความโง่ของท่าน






ต่อมาในส่วนที่เน้นสีเหลือง พระมหาโชดกเล่นของแปลกอีกแล้ว คือ มีการเจริญมรณานุสสติด้วย ทำไมการเรียนวิปัสสนากรรมฐานจะต้องมีการเจริญมรณานุสสติของสมถกรรมฐานด้วย  ประเด็นนี้จะขยายความในส่วนที่เกี่ยวข้องข้างหน้า

สุดท้ายเลยก็ข้อความในส่วนที่เน้นสีเขียว

พระพุทธเจ้าและเหล่าพระอริยสาวก ย่อมดำเนินไปสู่พระนิพพานด้วยหนทางสายนี้ อันเป็นทางสายเอก ซึ่งนักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งหลายรู้ทั่วถึงกันแล้วว่า ได้แก่ สติปัฏฐานทั้ง ๔

ตรงนี้ “โกหก” ครับท่าน เพราะ ในพระไตรปิฎกมีข้อความยืนยันชัดเจน ซึ่งไม่ต้องอาศัยการตีความให้มากมายอะไรก็รู้ว่า พระพุทธองค์ทรงบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณด้วยวิชชา ๓  ไม่ใช่สติปัฏฐาน ๔..........



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น